vLLM คือ inference engine โหมด “เสิร์ฟหลายผู้ใช้พร้อมกัน” — ต่างจาก llama.cpp
ที่เหมาะกับใช้คนเดียว/ทีมเล็ก vLLM รับหลายคำขอพร้อมกัน (batch) ได้ throughput รวมสูงกว่า
เหมาะเมื่อมีผู้ใช้/แอปหลายตัวยิงเข้าเครื่อง Spark ตัวเดียวตลอดเวลา
เมื่อไหร่ควรใช้ / ไม่ควรใช้
| สถานการณ์ | แนะนำ |
|---|---|
| ใช้คนเดียว / ทดลอง / thClaws ส่วนตัว | llama.cpp (ค่า default ของ AI Server) — เร็วต่อคำขอเดี่ยวกว่า |
| ทีม 3+ คนใช้พร้อมกัน / เสิร์ฟแอปที่มีผู้ใช้ต่อเนื่อง | vLLM — throughput รวมสูงกว่า (บน GB10: batch-4 ≈ 30 tok/s รวม) |
ติดตั้ง (ครั้งเดียว ~22GB)
เปิด terminal บนเครื่อง Spark แล้วรัน (image ทางการจาก NVIDIA — ไม่ต้อง login):
docker pull nvcr.io/nvidia/vllm:26.07-py3
ใช้เวลาตามความเร็วเน็ต (22GB) — ถ้าเน็ตหลุดกลางทาง รันคำสั่งเดิมซ้ำ docker จะต่อจาก layer ที่ได้แล้ว
เสร็จแล้วรายการ “vllm (docker image)” ในกล่อง 🧰 ซอฟต์แวร์ จะขึ้น ✅ เอง
ใช้งานผ่าน AI Server
- ดาวน์โหลดโมเดลตระกูล NVFP4 (รูปแบบที่ vLLM ใช้บน Spark) — เลือกโมเดลที่ลงท้าย
(vLLM + MTP)ในกล่อง GPU Manager แล้วกดโหลด - ระบบจะเคลียร์แรม สตาร์ท container และเปิดเสิร์ฟที่พอร์ตหลัก
:8000อัตโนมัติ (vLLM ใช้ได้เฉพาะพอร์ตหลัก — โหมดนี้ควรได้เครื่องทั้งเครื่อง) - client ต่อผ่าน LiteLLM
http://<IP>:4000/v1เหมือนเดิมทุกประการ — สลับ engine โดย client ไม่ต้องแก้อะไร
ข้อจำกัดบน DGX Spark ที่ควรรู้
- ใช้แรมมาก — ระบบตั้ง
gpu-memory-utilization 0.55ให้แล้ว (ค่าที่ผ่านการทดสอบจริงบน GB10; ตั้งสูงกว่านี้เสี่ยงเครื่องค้าง) - ctx ตั้งไว้ 32k ต่อคำขอในโหมดนี้ (แลกกับจำนวนผู้ใช้พร้อมกัน)
- คำขอเดี่ยวจะช้ากว่า llama.cpp — จุดแข็งคือปริมาณรวม ไม่ใช่ความเร็วต่อคน
กลับไปที่ คู่มือหลัก AI Server · สอบถาม: jimmy@thaigpt.com